Welcome to klongprasong.go.th
 

| ทดสอบข่าว

 
   
ประวัติความเป็นมา
ประวัติความเป็นมาของตำบลคลองประสงค์

ตามประวัติที่เล่าสืบต่อกันมาว่า ในอดีตพื้นที่บริเวณปากคลอง (ตำบลคลองประสงค์) อุดมสมบูรณ์มาก สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้เข้ามาพักบริเวณเขาขนาบน้ำเพื่อตรวจสอบแผนที่ เส้นทางการเดินเรือ ทหารญี่ปุ่นดักจับสัตว์น้ำบริเวณปากคลอง และรับซื้อพืชผัก กุ้ง หอย ปู ปลา จากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก ตามประวัติยังเล่าอีกว่า การมาเยี่ยมเยือนญาติพี่น้องบนเกาะแห่งนี้ในสมัยก่อนยากลำบากมาก เพราะต้องพายหรือแจวเรือจากตัวเมืองกระบี่ มีป้าคนหนึ่งชื่อ “ป้าเบน” ซึ่งเป็นคนชอบ นุ่งจูงกระเบนในสมัยนั้น มีอาชีพทำโรงปลาโป๊ะ ปลาเค็ม ปลาดอง เมื่อญาติหรือใครไปมาป้าเบนก็จะอาสา พายเรือไปส่งทุกครั้ง ครั้นเมื่อผู้คนต้องการไปเกาะแห่งนี้ ก็จะบอกว่า “ไปคลองป้าส่ง” จากนั้นคำว่า “ป้าส่ง” จึงเพี้ยนมาเป็นคำ “ประสงค์” ต่อมาจึงเรียกชื่อเป็น “คลองประสงค์” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ด้านการปกครองในปี 2526 สมัยผู้ใหญ่ประเสริฐ รอดเกิด ได้มีการแบ่งเขตการปกครองใหม่ มีมติแยกพื้นที่ปกครองออกจากตำบลไสไทย มีการนำเสนอชื่อตำบล เป็น “ตำบลเกาะกลาง” ปรากฏว่า ชื่อซ้ำซ้อนกับ ตำบลเกาะกลางของอำเภอเกาะลันตา มีการเสนอชื่อตำบลครั้งใหม่ เห็นชอบให้ใช้ชื่อ “ตำบลคลองประสงค์” และจดทะเบียนตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมา

มีถนนสายเล็กและสะพานเชื่อมต่อกัน โดยทั้ง 3 เกาะ ไม่มีถนนเชื่อมต่อกับชายฝั่งการสัญจร ไปมาต้องใช้เรือข้ามฟาก ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน เพราะมีป่าชายเลน ที่อุดมสมบูรณ์กว่า 3,000 ไร่ มีการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนเพื่อดูแล เฝ้าระวัง และยังมีพื้นที่นาที่สามารถทำนาได้ เพื่อผลิตข้าวปลอดสารพิษ โดยใช้วิถีชุมชนภูมิปัญญา ชาวคลองประสงค์อาศัยอยู่ด้วยกันบนพื้นฐานหลักการศาสนา แบบฉันท์พี่ ฉันท์น้อง รักและสามัคคี ในลักษณะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

หมู่ที่ 1 บ้านเกาะกลาง ต. คลองประสงค์ อ. เมือง จ.กระบี่

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน

“บ้านเกาะกลาง” เมื่อประมาณร้อยกว่าปีมาแล้วปู่ย่าตายายเล่าให้ฟังว่า เดิมมีคนอาศัยอยู่ประมาณ 8 ครัวเรือน ในสมัยนั้นยังมีทาสอยู่ ซึ่งมีคนเข้ามาอยู่อาศัยในปี พ.ศ. 2410 โดยก่อนหน้านี้มี นายหมาด เกาะกลาง เป็นนายบ้าน นายส่ง ส่งสาย นายโส๊ะ ดำกุล นายหมาด เครือครา นายเสมียน พรหมปรุง ตามลำดับ ต่อมาก็มี นายสวัสดิ์ พรหมปรุง นายสม นายบู หาเหม นายคล้าย เป็นนายบ้าน เมื่อก่อนป่ารกร้างมาก มีหมี เสือ อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เช่นต้นตะเคียน ต้อกอ และต่อมาชาวบ้าน ก็เริ่มถางป่า ทำไร่ปลูกพืชผัก บ้านแต่ละครัวจะอยู่ห่างกันมาก เวลาออกไปไหนมาไหนต้องชวนเพื่อนออกไปด้วย

พ.ศ. 2480 มีครัวเรือนเพิ่มมาอีก 20 ครัวเรือน จึงได้จัดตั้งเป็นหมู่ที่ 1 ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ที่ตั้งอำเภออยู่บ้านตลาดเก่า มีท่าเรือสะพานเจ้าฟ้า ซึ่งเรียกกันว่า ท่ารอ เนื่องจากเมืองอยู่ตลาดเก่า ชาวบ้านจะต้องมารอที่สะพานเจ้าฟ้าเพื่อไปเมือง มีนายคล้าย เป็นนายบ้าน ทำงานอยู่ 10 ปีก็ลาออก ในสมัยนั้นยังมีทาสอยู่ ชาวบ้านได้ประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ซึ่งชาวนาก็เป็นหนี้เป็นสิน ผู้มีเงิน เลยต้องตกเป็นทาสเขา และยกที่นาที่สวนให้เขาไปด้วยเพื่อไถ่ตัวออกจากทาส ฉะนั้นที่บ้านที่สวนก็ตกไปเป็นของคนนอกหลายคน เช่น เป็นของขุนชลมุก 50 ไร่ ของเสมียนพุ พรหมปรุง 40 ไร่ ของนายมะลิ 20 ไร่ ของหมื่นเพชร 10 กว่าไร่ ของขุนบรรณ 10 กว่าไร่ ของหมื่นยวน 10 กว่าไร่ ซึ่งพื้นที่ตกเป็นของคนอื่นเสียเกือบครึ่ง

ต่อมานายเสด ดำกุล เป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้เปลี่ยนการปกครองจากราชาธิปไตย มาเป็นประชาธิปไตย ครัวเรือนก็ได้เพิ่มเป็น 40 ครัวเรือน นายเสด ดำกุล เป็นผู้ใหญ่บ้าน อยู่ 30 ปี ก็ตาย นายปอ เกาะกลาง เป็นผู้ใหญ่บ้านต่อ ครัวเรือนเพิ่มเป็น 70 ครัวเรือน นายปอ เกาะกลาง เป็นผู้ใหญ่บ้านอยู่ประมาณ 20 ปี ก็ลาออกต่อมา นายทอง มีล่าม เป็นผู้ใหญ่บ้านต่อ ครัวเรือนเพิ่มเป็น 100 ครัวเรือน นายเดช เพชรแขก เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และต่อมานายทอง มีล่าม ก็ออกจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน นายหล้า เกาะกลาง บุตรของนายปอ เกาะกลาง เป็นผู้ใหญ่บ้านต่อมา เป็นอยู่ 10 ปี ครัวเรือนเพิ่มเป็น 130 ครัวเรือน และได้เสียชีวิตโดยถูกหมากัด และต่อมา นายนิกร เกาะกลาง เป็นต่อจนได้เลื่อนเป็นกำนันตำบลคลองประสงค์ และเสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2535

ต่อจากนั้น นายสมัคร ใจดี เป็นผู้ใหญ่บ้านจนถึงปี พ.ศ.2536 นายสมนึก เกาะกลาง เป็นผู้ใหญ่บ้านต่อ จนถึงปี พ.ศ.2541 ปลายปี พ.ศ.2541 นายสมัคร ใจดี ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน และเป็นกำนัน หลังจากนั้นต้นปี พ.ศ.๒๕๕๗ นายสนิท พรหมปรุง เป็นผู้ใหญ่บ้านจนถึงปัจจุบัน

หมู่ที่ 2 บ้านคลองประสงค์ ตำบลคลองประสงค์ อ . เมือง จ. กระบี่

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน

หมู่ที่ 2 บ้านคลองประสงค์ กล่าวได้ว่ามีการตั้งถิ่นฐานเมื่อประมาณปี พ.ศ.2468 เริ่มต้นจากมีจำนวนประชากรประมาณ 20 ครัวเรือน โดยเมื่อก่อนครอบคลุมบ้านคลองประสงค์และบ้านคลองกำ เข้าด้วยกัน ปี พ.ศ.2473 ทางราชการได้แต่งตั้ง นายอาหมาด ขยันการ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก ต่อมา มีการเลือกตั้ง นายกาว รัฐพร นายประเสริฐ รอดเกิด นายสมศักดิ์ รอดเกิด ตามลำดับเป็นผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบัน มีการเลือกตั้งให้นายย่าหนาย คลองรั้ว เป็นผู้ใหญ่บ้าน ชุมชนดังกล่าวมีทั้งไทยพุทธ อิสลาม อยู่ร่วมกัน อย่างสันติสุขสืบมาจนถึงปัจจุบัน

ประมาณปี พ.ศ.2478 ได้ก่อสร้างอาคารมัสยิดหลังแรก มีนายหะหมัด ขยันการ เป็นโต๊ะอิหม่าม ปัจจุบันนายหวาย คลองรั้ว เป็นโต๊ะอิหม่าม

บ้านคลองประสงค์อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำทะเล เนื่องจากอยู่ติดชายฝั่งทะเลอันดามัน สภาพอยู่ดีกินดี มีความสงบสุข ช่วงกลางคืนมีการรวมตัวกันทำพิธีกรรมทางศาสนา ขณะที่หากมีพิธีกรรมทางไทยพุทธ พี่น้องไทยพุทธก็รวมตัวกันที่ประกอบศาสนกิจ ผู้นำได้รับการเคารพนับถืออย่างมาก มีการพึ่งพาอาศัยกันตลอดมา ครั้นเมื่อมีความเจริญทางเทคโนโลยี และวัตถุเข้ามาแทนที่ สภาพชุมชนจึงมีวิธีคล้ายสภาพชุมชนเมือง

หมู่ที่ 3 บ้านคลองกำ ตำบลคลองประสงค์ อ . เมือง จ. กระบี่

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน

ในอดีตพื้นที่บริเวณลำคลองเหนือหมู่บ้าน มีต้นระกำขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านที่เดินทางผ่านไปผ่านมาเรียกชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณนั้นว่า “บ้านคลองกำ” และจนมีชื่อเรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน ช่วงนั้นมีครัวเรือนอาศัยอยู่ประมาณ 8 ครัวเรือน และอยู่ภายใต้การปกครองของพื้นที่ หมู่ที่ 2 บ้านคลองประสงค์ ตระกูลแรกๆ ที่เข้ามาอาศัย คือ ตระกูลกุลมาตร์ , ลูกเล็ก , จงจิตย์ , และ คลองรั้ว เป็นต้น

นายอ้าหมัด ขยันการ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกในช่วงยังอยู่รวมกันกับบ้านคลองประสงค์ ครั้นปี พ.ศ. 2525 จึงได้แยกเป็นหมู่ที่ 3 ผู้ใหญ่บ้านช่วงนั้นคือ นายหนาบ คลองรั้ว ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน คือ นายบัญญัติ สะท้าน

เหตุการณ์ที่สำคัญในอดีตของบ้านคลองกำ หมู่ที่ 3

  1. ปี พ.ศ. 2519 มีชาวน้ำหรือชาวไทยใหม่จากเกาะพีพี พากันไปเที่ยวงานเดือนสิบในตัวเมืองกระบี่ ขณะนั้นเกิดพายุฝนขนาดหนัก และเรือที่นั่งไปได้พลิกคว่ำมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ศพของผู้เสียชีวิต ถูกคลื่นซัดและถูกลอดไปเกยตามชายหาดในพื้นที่เขตอำเภอเมือง และอำเภอเหนือคลอง ส่วนบ้านคลองกำ นั้นมีศพของสองพี่น้องลอยมาลักษณะติดกัน ชาวบ้านเรียกว่า ศพโอเล่สองพี่น้อง เพราะลักษณะศพกลม เหมือนลูกอมโอเล่ และชาวบ้านได้ทำพิธีฝังศพที่บริเวณแถวนั้นเอง
  2. ปี พ.ศ. 2521 มีเรื่องเล่าเป็นที่โจษขานภายในหมู่บ้าน เนื่องจากในสมัยนั้นมีโจรขโมยควายอยู่เป็นประจำ โดยครั้งนั้นได้มีโจรต่างถิ่นเข้ามาขโมยควายของชาวบ้านหมู่ที่ 2 บ้านคลองประสงค์และ ใช้เส้นทางของหมู่ที่ 3 บ้านคลองกำ เพื่อที่จะหลบหนีทางเรือข้ามไปที่แหลมขาม ในขณะนั้นกำนันในท้องที่ ของตำบลคลองประสงค์และผู้ปกครองในท้องถิ่นได้ช่วยกันตีเกราะเคาะไม้เรียกประชุมลูกบ้านวางแผนออกจับโจร จนในที่สุดสามารถจับโจรขโมยควายได้ 1 คน และอีกคนถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านคลองกำ นั่นเอง
  3. ปี พ.ศ. 2537 เกิดพายุเกย์พัดเข้ามาทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน พายุลูกหมุนได้พัดพาบ้านเรือน สวนมะพร้าว ล้มระเนระนาด เรือที่กำลังออกหาปลาก็พลิกคว่ำ มีผู้บาดเจ็บและได้รับความเสียหายมากมาย
  4. ปี พ.ศ. 2547 แผ่นดินไหวในทะเลเหนือเกาะสุมาตราขนาด 9.0 ริกเตอร์ มีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณนอกฝั่งด้านตะวันตกทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ลึกลงไปในแผ่นดินประมาณ 30 กิโลเมตร ซึ่งแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ถึง จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และในอีกหลายจังหวัดชายฝั่งอันดามันของไทย เวลาประมาณ 10.00 น. คลื่นยักษ์ได้พัดเข้าถล่มบริเวณชายฝั่งตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย  และทางพื้นที่ทางภาคใต้ของไทย รวมถึงบริเวณชายฝั่งของหมู่ที่ ๓ บ้านเกาะกลาง (ซึ่งเกิดความเสียหายไม่มาก)
หมู่ที่ 4 บ้านบางขนุน ตำบลคลองประสงค์ อ . เมือง จ. กระบี่

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน

ประมาณ 60 กว่าปีมาแล้ว ชาวบ้านจากเกาะกลางจำนวนหนึ่งได้เข้ามาถางป่าทำสวน ทำไร่ ยุคแรกๆ ประมาณ 5-6 ครอบครัว เมื่อก่อนเป็นเขตของตำบลกระบี่น้อย ต่อมามีชาวบ้านจากหมู่บ้านอื่นๆ ที่อื่นๆ เข้ามา ตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัย แต่ชาวบ้านที่มาอาศัยส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านหมู่ที่ 1 บ้านเกาะกลาง ตำบลไสไทย พากันขอร้องให้ใช้ตำบลไสไทย เพื่อความสะดวกในการติดต่อราชการ โดยสมัยนั้นมี นายหล๊ะ เกาะกลาง เป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 บ้านเกาะกลาง และบากันหนุนใช้หมู่ที่ 1 ร่วมกัน หลังจากนั้น นายหล๊ะ เกาะกลาง เกษียณ นายนิกร เกาะกลาง ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน เมื่อมีจำนวนประชากรมากขึ้น ปี พ.ศ. 2526 ทางราชการได้แบ่งเขตการปกครองใหม่แยกตำบลไสไทยมาเป็นตำบลคลองประสงค์ บากันหนุนได้แยกออกมาจากหมู่ที่ 1 เป็นหมู่ที่ 4 และได้คัดเลือกผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 เป็นครั้งแรก นายประดิษฐ์ จันทร์ทอง ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน ขณะนั้นนายนิกร เกาะกลาง เป็นกำนันตำบลคลองประสงค์ หลังจากนั้น นายนิกร เกาะกลาง ลาออกจากตำแหน่งกำนัน และได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลคลองประสงค์ เป็นคนแรก เมื่อปี พ.ศ. 2541 หลังจาก นายประดิษฐ์ จันทร์ทอง ลาออกจากตำแหน่ง นายสุทธิชัย นาเมือง ได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนถึงปัจจุบัน และได้รับเลือกให้เป็นกำนัน เมื่อปี พ.ศ.2557

คำว่า “บางขนุน” มาจากคำว่า “บากันหนุน” เป็นคำสองคำ คือ บากัน กับ หนุน
บากัน เป็นภาษามลายู แปลว่าบ้าน
หนุน เป็นภาษาไทย คือ ชื่อผลไม้ชนิดหนึ่ง ลำต้นขนาดปานกลาง ผลโต มีหนามเล็กๆ ไม่คม เป็นผลไม้ชนิดผลรวม ผลอ่อนและแก่สีเขียว ผลสุกสีเหลืองและสีน้ำตาล ยวงและรังมีสีเหลืองหรือสีดอกจำปา รสชาติหอมหวาน ภาษากลางเรียกว่า “ขนุน”

บากันหนุน คนท้องถิ่นพูดเร็วๆ ว่า บ้ากันหนุน และใช้ชื่อนี้เรียกชื่อหมู่บ้านต่อมาเรื่อยๆ ในหมู่บ้านได้มีการสร้างอาคารโรงเรียนชั่วคราว หลังคามุงจาก ฝาจากพอกันแดดกันฝนขึ้นมาหนึ่งหลัง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2526 กรมป่าไม้ ได้มาสร้างโรงเรียนหลังใหม่ใกล้กับโรงเรียนหลังเดิม ซึ่งนายปรีดี จันทร์ทอง ได้บริจาคที่ดินให้ ชื่อโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 14 มีชื่อ “บากันหนุน” ต่อท้ายอยู่ด้วย ในวันเปิดป้ายโรงเรียน มีคนมาร่วมงานมากมาย หนึ่งในนั้นคือ กำนันซิ่น กิตติธรกุล มาร่วมงานด้วย เห็นว่าชื่อเดิมคือ บากันหนุน (สำเนียงบ้ากันหนุน) ไม่เป็นสิริมงคล เพาระมีคำว่า บ้านำหน้า จึงเสนอเปลี่ยนชื่อบ้านเป็น “บ้านบางขนุน” เนื่องจากภูมิประเทศมี คลอง บาง และต้นขนุนอยู่มาก ชาวบ้านก็เห็นด้วย จึงเป็นที่มาของ “บ้านบางขนุน” จนถึงปัจจุบัน

 
นายประดิษฐ์ จันทร์ทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองประสงค์
นายประดิษฐ์ จันทร์ทอง
นายกองค์การบริหารส่วนตำบล คลองประสงค์
โทร. 075-680-455
 
 
Top!
Top!